เบนซ์ เรซซิ่ง สารภาพเหตุถอดกำไล EM ซิ่งมอเตอร์ไซค์.



สืบเนื่องจากกรณีที่ พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่าเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ว่ามีการนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย โดย 1 ในนั้นมีนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ถูกจับกุมในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย จึงได้นำตัวพร้อมรถจยย. มาควบคุมไว้ที่สน.ทุ่งสองห้อง เบื้องต้น จับกุมกลุ่มรถจยย. จำนวน 7 คัน ที่ขับตามกันมา ได้บริเวณโรงแรมรามาการ์เด้นในช่องทางด่วน ถนนวิภาวดีรังสิต โดยนายอัครกิตติ์ ให้การปฏิเสธ ขณะนี้อยู่ระหว่าง การรอสอบสวนและการประกันตัว



เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้นำตัว เบนซ์ เรซซิ่ง กับพวก ทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน จากนั้นนายอัครกิตติ์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุอยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้าน หลังกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนที่ย่านดอนเมือง ทั้งหมดใช้เส้นทางกลับบ้านทางเดียวกัน ใช้ความเร็วรถปกติ ยอมรับที่กระทำผิดคือ ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในช่องทางหลัก หรือ ช่องทางด่วนถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนป้ายสัญญาณจราจร

เบนซ์ เรซซิ่ง กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้หลบหนีหรือ มีเจตนาจะไม่มารายงานตัวต่อศาล แต่จำวันรายงานตัวคลาดเคลื่อน จากวันที่ 24 มิ.ย. ตนเข้าใจว่าเป็นวันที่ 25 มิ.ย. แต่ก็มาถูกตำรวจ สน.วิภาวดี จับกุม จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถมารายงานตัวตามกำหนดได้ แต่ก็ได้มีการประสานทนายความ มายื่นคำร้องรายงานตัวไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ส่วนการที่ถูกจับกุม ดำเนินคดีพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง เชื่อว่า ไม่น่าจะเป็นเหตุให้ถูกเพิกถอนประกัน เพราะคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุก และยื่นประกันตัว โดยมีทั้งหลักทรัพย์ และการสวมใส่กำไลข้อเท้าEM แม้ว่าในภายหลังจะขอถอดกำไลEM เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งการเดินทางไปต่างจังหวัด หรือ ขึ้นเครื่องบิน ดังนั้นจึงตัดสินใจมายื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอถอดกำไลEM และศาลได้พิจารณา มีคำสั่งให้ถอดกำไล โดยยืนยันว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ถอดโดยพละกาล ซึ่งศาลอนุญาตได้กำหนดเงื่อนไข ว่า ต้องมารายงานตัวทุกๆ 2 เดือน ส่วนคดีหลักที่ถูกฟ้องเรื่องสมคบฟอกเงิน ยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลพิจารณาว่า จะมีคำพิพากษา เมื่อใด


ส่วนคดีที่ถูกดำเนินคดีพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง ตนเอง กับพวก ทั้งหมด ที่ถูกจับกุม ปฏิเสธ ข้อกล่าวหา ฝ่าฝืนคำสั่ง พรก.ฉุกเฉิน และขอใช้สิทธิ์ในการต่อสู้คดีในชั้นศาล ด้วยเหตุผลที่ ตนเอง กับพวกไปกินหมูกระทะ และเดินทางกลับทางเดัยวกัน กระทั่ง พบอุบัติเหตุ จึงได้เข้าไปช่วยเหลือ ก่อนจะถูกตำรวจ ดำเนินคดี หลังจากให้การปฏิเสธ ทำให้วัยนี้ไม่ต้องเดินทางไปขึ้นศาล เพราะสำนวนคดี พนักงานสอบสวน สน.

ทุ่งสองห้อง จะต้องรวบรวมหลักฐาน ส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการต่อไป



ส่วนความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้การปฏิเสธ ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนารวมตัวแข่งรถ และระหว่างถูกจับกุมก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และไม่ได้ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะบริสุทธิ์ใจ

ด้านพ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง ระบุว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 2 ข้อหา คือความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ตามสำนวนคดีที่พนักงานสอบสวน สน.วิภาวดี ส่งมาให้

สำหรับการตั้งข้อสังเกตว่า นายอัครกิตติ์ ยังอยู่ระหว่างถูกควบคุมโดยการใส่กำไลคุมประพฤติ ตามเงื่อนไขการยื่นขอประกันตัวต่อศาลอาญา ในคดีฟอกเงินจากขบวนการยาเสพติดขบวนการไซซะนะ โดยจะต้องใส่กำไลดังกล่าวไว้ตลอดเวลา


จากการสอบถามนายอัครกิตติ์ ได้รับคำยืนยันว่า ปัจจุบันไม่ได้ใส่กำไลคุมประพฤติ โดยอ้างปัญหาเรื่องต้องชาร์ตไฟกำไลบ่อย จากการสอบถามนายสุริยันต์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ชี้แจงว่าตามเงื่อนไขที่ขอประกันตัว นายอัครกิตติ์ได้ยื่นความจำนงขอใส่กำไลคุมประพฤติ ประกอบหลักทรัพย์ เพื่อยืนยันไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ดังนั้นตามหลักเกณฑ์แล้ว จึงยังต้องใส่กำไลไว้ติดตัวตลอดเวลา และหากมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่มีกำลังไฟฟ้าอ่อน ก็ต้องนำมาเปลี่ยนที่ศาลเท่านั้น ผู้ที่ใส่ไม่สามารถถอดกำไลออกเองได้ หากฝ่าฝืนดำเนินการเอง จะถูกดำเนินคดีเพิ่ม เบื้องต้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ ส่วนการเพิ่มโทษจากความผิดที่เพิ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหา ยืนยันว่าเป็นคนละเรื่องกัน ต้องพิจารณาแยกคนละความผิด



ส่วนเยาวชนที่อายุ 14 ปี ที่ถูกควบคุมตัวในคดีแข่งขัน เบื้องต้นได้นำส่งศาลเยาวชนไปแล้วทำให้ขณะนี้ มีผู้ต้องหาที่ยังอยู่ในความควบคุม 7 คน หากจะยื่นขอประกันตัวสามารถทำได้ โดยผู้ที่ได้รับการประกันตัว พนักงานสอบสวนจะนัดหมายเรื่องการดำเนินคดีในชั้นศาลอีกครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับคำให้การ หากรับสารภาพก็สามารถฟ้องด้วยวาจาได้ทันที แต่หากให้การปฏิเสธต้องต่อสู้คดีที่พื้นที่ศาลแขวงดอนเมือง

ขอบคุณ siamtopic