ดี้ นิติพงษ์ เล่าวีรกรรม ตั้ว ศรัณยู สมัยเรียนสถาปัตย์ จุฬาฯ.



ดี้ นิติพงษ์ โพสต์เล่าเมื่อครั้งสมัยเรียนสถาปัตย์ จุฬาฯ กับเพื่อนสนิทมากมาย หนึ่งในนั้นคือ "ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง" ความสนุกสนานในช่วงเรียน ช่วงเล่น ที่แม้เวลาจะผ่านไปนานภาพทรงจำยังชัดและสวยงามเสมอ



จากการสูญเสียนักแสดงและผู้กำกับมากความสามารถ อย่าง ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ที่เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ด้วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ล่าสุด เพื่อนร่วมก๊วนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย "ดี้ นิติพงษ์" นักแต่งเพลงชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์วีรกรรมสมัยเรียนสถาปัตฯ ไว้ว่า



ไปหาตั้วที่วัดนาคปรกมาจ้ะ..วัดนี้ เป็นวัดประจำตระกูลของตั้วเลยก็ว่าได้ บ้านพ่อแม่ตั้วอยู่ติดกับวัดเลย..

พ่อแม่ตั้วมีบ้านว่างอยู่อีกหลังหนึ่ง...สมัยเรียนถาปัด ตั้วอยู่ที่บ้านนี้ ไม่ใช่สิ...ตั้วกับเพื่อนถาปัดจำนวนหนึ่ง อยู่บ้านนี้ ช่วงนั้นก็ไม่ใช่ปีหนึ่งนะ...ปีสามปีสี่ด้วยซ้ำ..

บ้านไม้สองชั้นเล็กๆ มีสองห้องคือ ห้องข้างบน กับห้องข้างล่าง เป็นบ้านที่ไม่ควรอยู่เกินสามคน...

พวกเราสามารถอยู่ด้วยกันหกเจ็ดคนได้...พร้อมกับโต๊ะเขียนแบบคนละตัว...

นอนตรงไหน...แล้วแต่ อยู่กันอย่างเขรอะ ทำโปรเจคส่งอาจารย์บ้าง คุยเรื่องเขียนบทละครบ้าง ร้องรำทำเพลงบ้าง....แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปนอน

แม่ตั้วจะหุงข้าวต้มมาให้กินบ่อยๆ เพราะกลัวลูกกับเพื่อนๆ เป็นโรคขาดสารอาหาร...เพราะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมักจะเป็นอาหารหลัก ค่ำๆ ก็จิบแม่โขงโทนิคกัน...วันไหนมีตังค์เยอะหน่อยก็ลงขัน...จิบแสงโสม

ทำงานไป พร่ำเพ้อละเมอพก ดื่มด่ำเมรัยยามราตรี จนเกือบเช้า...ก็แยกย้ายไปสุมหัวนอน...แยกย้าย(ยังไงวะ ห้องเดียวนั่นแหละ...)



ก่อนนอน...มีเพื่อนบางคนปวดเยี่ยว แล้วขี้เกียจลงมาเข้าส้วมข้างล่าง มันก็เยี่ยวตรงระเบียงบนบ้านดุจสายฝนอุบาทว์ ตกลงไปที่พื้นเบื้องล่างอันเป็นทางสัญจรเข้าออกของผู้คน รวมทั้งพระคุณเจ้า..ซึ่งกำลังจะออกมาบิณฑบาต ในเวลาอันเกือบจะเดียวกันนั้น...

ตั้วเห็นก็ตาเหลือก ตะโกนลั่น...

“เฮ้ย ไอ้เชี่ย มึง ลงไปเยี่ยวข้างล่างสิโว้ย...นั่นมันลงไปทางเดิน เดี๋ยวพระก็จะออกไปบิณฑบาตแล้ว...”

“กูเมาว่ะตั้ว...กูลงกระไดไม่ไหว...”

เราเขรอะกันอย่างไม่น่าเชื่อ...

เพื่อนคนหนึ่ง ตื่นก่อน อาบน้ำเสร็จแล้วหยิบกางเกงในฉันที่ตากอยู่ไปใส่เฉยเลย...

พอฉันลืมตาขึ้นมาเห็น ก็ร้องเฮ้ย....

มันด่ากลับหน้าตาเฉย..



“เฮ้ย...อะไรวะ ของแค่นี้หวงไปได้...”

ล้อมวงกินข้าวต้มที่แม่ตั้วต้มมาให้กิน...มีไอ้เพื่อนตัวร้ายเลวทรามต่ำช้าคนนึง มันคะนอง...มันดึงขนในที่ลับ...เอาใส่ชามข้าวต้มเพื่อนทุกคน!!!! อ้วกกกก...

“...ไอ้.....มึงทำอะไรของมึง...”

“...หมี่กรอบไง...หมี่กรอบ...”

กว่าจะรอกันใช้ห้องน้ำ อาบน้ำมั่ง ไม่อาบมั่ง...ก็แล้วแต่...

ก็จะพากันเดินงัวเงียเป็นขบวนออกไปปากซอย...

เป็นอู่ต้นสายรถเมล์สาย 4 ตลาดพลู-คลองเตย

ซึ่งโชคดีที่เป็นสายที่ผ่านจุฬาพอดี..



เราเป็นนิสิต..ก็ต้องไปเรียนสิ

เราจะไม่พูดคุยกันทั้งสิ้น ต่างกับกลางคืนโดยสิ้นเชิง...

ต่างคนแยกย้ายไปนั่งริมหน้าต่าง...ไม่นั่งด้วยกัน

ก่อนรถจะออกจากอู่...เราก็หลับกันโดยพร้อมเพรียงริมหน้าต่าง

ไม่ต้องหวาดกลัวต้องลุกให้เด็กสตรีคนชราอะไรใดๆทั้งสิ้น

เพราะเก้าอี้รถเมล์สมัยนั้นเป็นแบบนั่งคู่หมด...ปลอดภัย

ความปลอดภัยเริ่มสั่นคลอน....เมื่อ

รถเมล์มาถึงป้ายจุฬา...แถว ๆ สามย่าน

ทีนี้ก็แล้วแต่ใครตื่นหรือไม่ตื่น..ตอนรถถึงป้ายนั้น...

และเราก็ตกลงกันไว้ก่อนแล้วว่า...ตัวใครตัวมันนะเว้ย

จะมีเพื่อนบางคน...ที่ไปตื่นที่อู่คลองเตยเสมอ...



ตั้วไม่เคยพลาด..พร้อมเพื่อนที่รอดมาได้...ก็จะลงป้ายแล้วเดินเข้าประตูจุฬาด้านพาณิชย์บัญชีด้านทิศใต้สุด....เพื่อจะเดินผ่าจุฬาฯ ไปยังคณะถาปัดที่อยู่ด้านทิศเหนือสุด...

เพื่อนๆ ที่เดินอยู่ท้ายกลุ่ม จะได้ยินเสียงสาว ๆ จุฬา แอบกระซิบกัน...

“นี่ๆๆ...นี่ไงเธอ...ศรัณยู..”

“ใช่เหรอ...”

“ใช่ๆๆ...เอ๊..รึเปล่า..”

“ไม่ใช่มั้ง...หูย..เดินผ่านที กลิ่นเหมือนขนมปังหืน...”

ฯลฯ

......

......

สี่สิบปีมาแล้ว...ไม่น่าเชื่อว่าภาพยังชัดมาก...

#นินทาตั้ว

#ตั้วไม่ต้องมาแก้ต่างอะไรนะ

#ว้าวุ่นเวอร์ชั่นวัดนาคปรก

#ปินดาโพสยะมันไม่เขียนกูเขียนเอง

#คิดถึงมึงนะตั้ว

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Nitipong Honark, jarmlive