น้าน้องชมพู่ เปิดใจ หายตัวไปไหนตอนที่น้องโดนอุ้ม.



ถือเป็นคดีที่หลายคนยังให้ความสนใจอยู่มาก หลังน้องชมพู่ วัย 3 ขวบ หายออกจากบ้านก่อนพบเป็นศพในป่า ซึ่งตำรวจยังเร่งตามล่าหาคนร้ายอยู่



โดยวันที่ 6 มิ.ย. 63 ทีมข่าวช่องอมริทร์ ได้พูดคุยกับ นายเสริม สุขพันธ์ น้าชายของน้องชมพู่ เผยว่า ในวันที่น้องชมพู่หายตัวไป โดยเวลาประมาณ 07.00 น. ตนเองและ นางจุไรภรณ์ สุขพันธ์ ภรรยา ได้ออกไปไร่มันสำปะหลัง เพื่อวัด GPS โดยออกไปวัดแค่ประมาณ 30 นาที ก็กลับมากินข้าวที่บ้านในเวลาประมาณ 07.30 น. เวลานั้นก็ยังเห็นน้องชมพู่อยู่ที่แคร่กับพี่สาว



จากนั้น เวลาประมาณ 08.00 น. หลังจากทานข้าวเสร็จ ตนเองและภรรยาออกจากบ้านไปเกี่ยวหญ้าแถวบ้านผู้ใหญ่บ้าน แวะคุยเล่นที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ขณะนั้นมีผู้ใหญ่บ้าน ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านอีก 3 คน คือลุงฤทธิ์กับภรรยา และลุงลำไพ โดยนั่งคุยเล่นกันอยู่พักใหญ่ และไปเกี่ยวหญ้าประมาณ 08.30 น.



หลังจากเกี่ยวหญ้าเสร็จ ตนเองกลับมาที่บ้านกับภรรยาในเวลาประมาณ 10.00 น. เอาหญ้าให้วัวเสร็จก็จะมานั่งวาดแผนที่ GPS เพื่อจะส่งให้ทางสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อยื่นลงทะเบียนทางการเกษตร สักพักป้าแต๋น ภรรยาลุงพลขี่มอเตอร์ไซค์มาถามว่าเห็นหลานไหม ภรรยาตนก็บอกไม่เห็น เดินดูตามถังน้ำรอบบ้านแต่ก็ไม่เจอ และรู้สึกว่าหายไปนานผิดปกติแล้ว ถามใครก็ไม่พบว่ามีรถยนต์แปลกหน้าเข้ามา มีแค่รถขายตู้วิ่งผ่านหมู่บ้านเท่านั้น กระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. ชาวบ้านจึงแนะนำไปหาหมอธรรมให้นั่งดูให้ และก็ไปแจ้งตำรวจไว้ก่อน



ด้าน นางจุไรภรณ์ ยืนยันว่าตนเองอยู่กับสามีตลอด ตอนเข้ามาบ้านรอบแรกก็ยังเห็นน้องชมพู่นั่งเล่นกับพี่สาวอยู่ที่แคร่ หลังจากทานข้าวเสร็จก็ยังเห็นอยู่ที่เดิม เวลา 10.00 น. จึงได้ทราบว่าหลานสาวหายไปและได้เริ่มตามหากัน



ส่วน นางเฉลียว เสื้อคมตา ชาวบ้านในพื้นที่ เป็นพยานให้น้าของชมพู่ว่ามีการไปเกี่ยวหญ้าจริง เผยว่า เช้าวันที่ 11 พ.ค. 63 ตนเองไปหาหน่อไม้แถวบ้านผู้ใหญ่บ้าน เวลา 8.30 น. ตนเองกำลังจะกลับ ก็เห็นน้าของน้องชมพู่ทั้ง 2 คน เดินทางมาเกี่ยวหญ้าที่ข้างบ้านผู้ใหญ่ ซึ่งตนยังทักทายว่า ให้ไปเอาเครื่องตัดหญ้ามาตัดจะได้เร็ว แต่น้าเขาจะเกี่ยวด้วยมือ เพราะจะเอาหญ้าเพียง 4 กระสอบ ซึ่งหากใช้มือต้องใช้เวลาเกี่ยวราว 1 ชั่วโมง



ซึ่งที่เกิดเหตุมีตน สามีตน ผู้ใหญ่บ้าน ภรรยาผู้ใหญ่ และลุงรำไพ บ้านอยู่ด้วยกัน ยืนยันได้ว่าช่วงก่อนชมพู่หาย น้าของชมพู่อยู่ที่นี่จริง นอกจากนี้ ตนเองไม่เห็นมีใครแปลกหน้า ส่วนตัวก็ไม่ทันได้สังเกต



ขอขอบคุณข้อมูลและรูปจาก AMARIN TVHD, varietyded